รถติดอีกครั้ง
เย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นอีกวันหนึ่งที่ต้องเร่งรีบไปเรียนในตอนเย็น เพราะเป็นการเรียนการสอนในวันสุดท้ายของปีการศึกษา 2553 นี้แล้วค่ะ แต่รู้สึกว่าสวรรค์ไม่อำนวย เพราะรถติดเหลือเกิน
หลังจากที่เลิกงานในตอย บ้ายสามโมงครึ่ง ก็รีบเดินออกมาจากที่ทำงานเพื่อจะรอรถโดยสารประจำทางที่ใช้บริการเป็นประจำ หลังจากที่ได้ขึ้นรถแล้ว ระหว่างทางจนไปถึงมหาวิทยาลัยก็ใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เนื่องจากว่าที่ทำงานกับมหาวิทยาลัยอยู่ไกลกันพอสมควร แล้วก็ต้องขึ้นรถ 2 ต่อด้วยค่ะ ก็เลยต้องเสียเวลาไปรอต่อรถอีกพักใหญ่ และด้วยวันนั้นเป็นวันศุกร์ ซึ่งชาว กทม ก็รู็กันอยู่ว่าจะเป็นวันที่รถติดที่สุดในสัปดาห์
และเย็นวันศุกร์นี้ก็ใช้เวลาอยู๋บนรถโดยสารประจำทางเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง รถติดไปแดงอยู๋ร่วม 45 นาทีค่ะ เรียกว่าระหว่างเดินทางเราสามารถอ่านหนังสือเล่มบางๆ จบไปเป็นเล่มๆ ได้เลยค่ะ เมื่อเกิดเหตุการรถติดในเย็นวันศุกร์ ทำให้หลายคนหงุดหงิด ก็อยากจะให้ทำจิตใจให้สบายๆ แล้วก็มองโลกในแง่บวกว่า รถติดก็ดีเหมือนกัน เพราะจะได้สังเกต สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราได้ค่ะ ทั้งแม่ค้าพอ่ค้าที่ขายของอยู่ริมถนน คนขับรถที่เป็นเพื่อนร่วมทางเราเขาทำอะไรในระหว่างรถติด บางคนก็อ่านหนังสือพิมพ์ บางคนก็กินขนม บางคนก็คุยโทรศัพท์ หรือบางคนก็แต่งหน้าเพื่อเตรียมไปเที่ยวในตอนเย็นกับเพื่อนๆ หรือรวมไปถึงสังเกตตำรวจจราจรว่าเขาจะมีวิธีการจัดเการกับรถที่หนาแน่นอยู่บนท้องถนนอย่างไร จะระบายรถบนถนนให้เบาบางลงไปได้อย่างไร
การได้สังเกตสิ่งรอบตัวก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะ คือ รู้สึกเพลินๆ ไม่ทำให้จดจ่ออยู่กับการรอคอยให้ถึงจุดหมายไวๆ ยิ่งกังวล ยิ่งรอคอยก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิด สู้เรามาลองสังเกตสิ่งรอบตัว มองโน่นมองนี่ไปเรื่อยๆ ถือว่าเราได้ฝึกการสังเกตไปในตัวด้วยค่ะ เห็นไหมคะ การที่เราต้องนั่งอยู่บนรถเป็นเวลานานเพราะรถติด ไม่ได้มีข้อเสียอย่างเดียว แต่เรายังเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอก่าสได้ด้วยการมองโลกในแง่ดี แล้วก็ได้ฝึกสังเกตสิ่งรอบตัวไปด้วยค่ะ เป็นการเปิดโลกใหม่ให้กับเรา บางทีอาจมีหลายสิ่งที่เป็นประโยชน์โดยที่เราไม่เคยสังเกตมาก่อนก็ได้ค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
New From Phingbox.com (English blog)



















ความคิดเห็นล่าสุด